Thursday, February 2, 2012

การประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ

การประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ
แบ่งได้ 5 ประเภท ดังนี้ คือ

1. กรมธรรม์ประเภท 1 ให้ความคุ้มครองมากที่สุด คือ

1.1 ความรับผิดต่อความเสียหายต่อ ชีวิต ร่างกาย หรืออนามัยของบุคคลภายนอก
1.2 ความรับผิดต่อทรัพย์สินของบุคคลภายนอก
1.3 ความรับผิดต่อความสูญหายและไฟไหม้ของตัวรถยนต์คันเอาประกันภัย
1.4 ความรับผิดต่อความเสียหายต่อตัวรถยนต์คันเอาประกันภัย

* ในกรณีได้รับส่วนลดประวัติดี สามารถรับส่วนลดโดยมีหลักฐานประวัติดีแสดงต่อเจ้าหน้าที่ผู้รับแจ้งงาน

2. กรมธรรม์ประเภท 2 ให้ความคุ้มครอง ดังต่อไปนี้

2.1 ความรับผิดต่อความเสียหายต่อ ชีวิต ร่างกาย หรืออนามัยของบุคคลภายนอก
2.2 ความรับผิดต่อทรัพย์สินของบุคคลภายนอก
2.3 ความรับผิดต่อความสูญหายและไฟไหม้ของตัวรถยนต์คันเอาประกันภัย

3. กรมธรรม์ประเภท 3 ให้ความคุ้มครองเฉพาะบุคคลภายนอก   ได้แก่

3.1 ความรับผิดต่อความเสียหายต่อ ชีวิต ร่างกาย หรืออนามัยของบุคคลภายนอก
3.2 ความรับผิดต่อทรัพย์สินของบุคคลภายนอก

4. กรมธรรม์ประเภท 4 ให้ความคุ้มครองทรัพย์สินของบุคคลภายนอก

4.1 รับผิดต่อทรัพย์สินของบุคคลภายนอก 100,000 บาท/อุบัติเหตุแต่ละครั้ง คลิกที่นี่

5. กรมธรรม์ประเภท 5 แบบคุ้มครองเฉพาะภัย แบ่งเป็น 2 แบบ ดังนี้

 แบบ 2+ ความคุ้มครอง 

ความรับผิดต่อความเสียหายต่อ ชีวิต ร่างกาย หรืออนามัยของบุคคลภายนอก
ความรับผิดต่อทรัพย์สินของบุคคลภายนอก
ความรับผิดต่อความสูญหายและไฟไหม้ของตัวรถยนต์
ความรับผิดต่อความเสียหายต่อตัวรถยนต์คันเอาประกันภัยกรณีที่ชนกับยานพาหนะทางบก

      * ( กรณีที่ที่ชนกับยานพาหนะทางบกและเป็นฝ่ายผิดจะต้องเสียความเสียหายส่วนแรกต่อความเสียของตัวรถยนต์ผู้เอาประกันภัยไม่เกิน 2,000 บาท)

 แบบ 3+ ความคุ้มครอง

ความรับผิดต่อความเสียหายต่อ ชีวิต ร่างกาย หรืออนามัยของบุคคลภายนอก
ความรับผิดต่อทรัพย์สินของบุคคลภายนอก
ความรับผิดต่อความเสียหายต่อตัวรถยนต์คันเอาประกันภัยกรณีที่ชนกับยานพาหนะทางบก

นอกจากนี้กรมธรรม์ทั้ง 5 ประเภทผู้เอาประกันภัยยังสามารถขยายความคุ้มครองเพิ่มเติมได้อีก ดังนี้
1. ประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล
2. ประกันภัยค่ารักษาพยาบาล
3. ประกันตัวผู้ขับขี่ในคดีอาญา






การประกันอัคคีภัย


การประกันอัคคีภัย
คุ้มครองความเสียหายขั้นพื้นฐาน อันเกิดจากไฟไหม้ ฟ้าผ่า และการระเบิดของแก๊สที่ใช้ในครัวเรือน สำหรับความเสียหายจากภัยเพิ่มพิเศษ เช่น ภัยลมพายุ ภัยเนื่องจากน้ำ ภัยน้ำท่วม* ภัยจากยวดยานพาหนะ ภัยจากอากาศยาน ภัยแผ่นดินไหว ภัยจลาจลนัดหยุดงาน ภัยจากการกระทำอย่างป่าเถื่อนและเจตนาร้าย ภัยระเบิด เป็นต้น สามารถขยายการคุ้มครองได้โดยการชำระเบี้ยประกันภัยสำหรับภัยเพิ่มพิเศษนั้น



ตารางเบี้ยประกันอัคคีภัย (พื้นฐาน) ต่อทุนประกัน 100,000.- บาท
ลักษณะภัย
อาคารคอนกรีต
อาคารตึกปนไม้
อาคารไม้
บ้านอยู่อาศัย
118 บาท
276 บาท
436 บาท
ร้านค้าย่อย
253 บาท
592 บาท
871 บาท
โกดังสินค้าไม่อันตราย
292 บาท
710 บาท
920 บาท
  

-
 พิกัดอัตราเบี้ยประกันอัคคีภัย กำหนดให้เบี้ยประกันสุทธิขั้นต่ำต่อกรมธรรม์ 1 ฉบับ 
   เป็นจำนวนเงิน 600 บาท

-
 เบี้ยดังกล่าวเป็นอัตราทั่วไป ซึ่งอาจมีเพิ่มหรือลดได้ตามลักษณะการใช้สถานที่เอาประกันภัย จำนวนเงิน เอาประกันภัย และลักษณะสิ่งปลูกสร้าง

 ตารางทุนประกันบ้านอยู่อาศัยแบบประหยัด เบี้ยสุทธิ 600 บาท
(ราคาเท่ากันทุกประเภทสิ่งปลูกสร้าง)
ทุนประกัน
อาคารคอนกรีต
อาคารตึกปนไม้
อาคารไม้
บ้านอยู่อาศัย
600,000 บาท
250,000 บาท
150,000 บาท


สอบถามเพิ่มเติม หรือขอรับใบคำขอเอาประกันภัยได้ที่หมายเลข 0841350380

ทำไมต้องทำประกันอัคคีภัยที่อยู่อาศัย ?


ทำไมต้องทำประกันอัคคีภัยที่อยู่อาศัย ?

คำตอบง่ายๆท่านเคยได้ยินสุภาษิตที่ว่าโจรขึ้นบ้าน10ครั้งยังไม่เท่ากับไฟไหม้บ้านหนเดียวหรือไม่แต่ความจริงแล้วประกันภัยสามารถช่วยคุณได้การทำประกันภัยนั้นจะช่วยให้ผ่อนหนักให้เป็นเบาโดยเป็นการซื้อความคุ้มครองก่อนที่จะเกิดความเสียหาย
ใดๆเกิดขึ้นจริงคุณจะมั่นใจว่าหากเกิดความเสียหายใดๆเกิดขึ้นคุณจะได้รับค่าสินไหมทดแทนเพื่อชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้นกับที่อยู่อาศัย
 หรือทรัพย์สินที่ประกันไว้ 
ทำประกันภัยตอนที่กู้ซื้อบ้านแล้วทำไมต้องทำเพิ่มด้วยละ ?
การทำประกันภัยตอนที่กู้ซื้อบ้านนั้นทางธนาคารจะขอให้ผู้กู้ทำประกันตามวงเงินกู้ซึ่งโดยทั่วไปจะต่ำกว่ามูลค่าของทรัพย์สินที่แท้จริงและจะคุ้มครองเฉพาะตัวอาคารเท่านั้นดังนั้นคุณสามารถทำประกันภัยเพิ่มเติมให้เต็มมูลค่าที่อยู่อาศัยและสามารถทำประกันครอบคลุมทรัพย์สินและเฟอร์นิเจอร์ที่มีได้และถึงแม้ว่าท่านจะเป็นเพียงผู้เช่าก็สามารถทำประกันภัยส่วนเฟอร์นิเจอร์และทรัพย์สินที่ท่านเป็นเจ้าของได้
ไม่เห็นจำเป็นที่ต้องทำประกันคุ้มครองความเสียหายจากภัยธรรมชาติ ?
ไม่มีใครสามารถระบุได้ว่าภัยที่เกิดตามธรรมชาตินั้นจะเกิดขึ้นที่ใดและเมื่อไรเหมือนกับเหตุการณ์ภัยน้ำท่วมปีที่ผ่านมา ไม่มีใครคาดคิดว่าจะเกิดขึ้น